Categories
ต้นไม้หน้าบ้าน

ชมพูพันธุ์ทิพย์ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีดอกสีชมพูสวยบานสะพรั่งเต็มต้น

ชมพูพันธุ์ทิพย์ หนึ่งในไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงจากยุคสู่ยุค เนื่องจากไม้ชนิดนี้นอกจากจะให้ร่มเงาแก้สวน หรือตัวบ้านได้แล้ว เมื่อถึงฤดูออกดอก ไม้ชนิดนี้จะมีดอกสีชมพูอ่อน ๆ ทั้งต้น ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของไม้สายพันธุ์นี้เลยก็ว่าได้

ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดูแลไม่ยากอย่างที่คิด ที่สำคัญยังสามารถปลูกในบ้านได้ด้วย

            ชมพูพันธุ์ทิพย์แม้ว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ แต่ไม้ชนิดนี้ก็นับว่าเป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกประดับไว้ในบ้าน โดยชมพูพันธุ์ทิพย์ ปลูกในบ้าน นั้น จำเป็นต้องปลูกให้ห่างจากตัวบ้านประมาณ 4 เมตรขึ้นไป ดังนั้นบ้านที่ต้องการปลูกไม้ชนิดนี้จึงควรเป็นบ้านที่มีพื้นที่พอสมควร แต่อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถนำไม้ชนิดนี้ไปปลูกในบ้านที่มีพื้นที่จำกัดได้คือการเลือกซื้อชมพูพันธุ์ทิพย์ ขุดล้อม ที่มีขนาดโตเต็มที่แล้วมาปลูก แต่ข้อเสียของไม้แบบนี้คือจะไม่มีรากแก้ว ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่ต้องออกแบบโครงเพื่อใช้ยึดต้นไม้ของเราด้วย

วิธีดูแลต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

            ชมพูพันธุ์ทิพย์การดูแล นั้นไม่ยากอย่างที่คิด เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้ค่อนข้างจะมีความทนทานต่อสภาพอากาศ โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนจัด และทนต่อสภาพน้ำท่วมได้ดี ดังนั้นใครที่อยากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ประดับบ้านและสวนจึงนำว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และวิธีดูแลง่าย ๆ มีดังนี้

  • ดิน การปลูกไม้ชนิดนี้สามารถปลูกกับดินชนิดใดก็ได้ เนื่องจากเป็นไม้ที่เราต้องปลูกลงดินโดยตรง แต่หากจะให้ดีควรเป็นดินร่วนที่มีคุณสมบัติระบายโปร่ง ระบายน้ำได้ดี
  • น้ำ ในช่วงที่ต้นไม้ยังไม่โตเต็มที่หรือยังเป็นต้นกล้าอยู่ แนะนำให้รดน้ำในช่วงเช้าและเย็น แต่หากเป็นต้นที่สูง 3 – 4 เมตรแล้วก็สามารถลดปริมาณน้ำให้เหลือเพียงวันละครั้ง หรือ 3 – 4 วันครั้ง แต่หากเป็นช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกถี่ช่วงนั้นก็ให้งดการรดน้ำออกไปก่อน
  • แสงแดด ตำแหน่งที่เหมาะกับการปลูกไม้ชนิดนี้ควรเป็นตำแหน่งที่มีแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน เนื่องจากไม้ชนิดนี้ค่อนข้างที่จะชอบแสงแดดเป็นอย่างยิ่ง
  • ปุ๋ย การให้ปุ๋ยไม้ชนิดนี้แนะนำให้ประมาณ 2 – 3 ครั้ง / เดือน โดยสามารถให้เป็นปุ๋ยชนิดใดก็ได้ แต่หากต้นอยู่ในวัยที่โตเต็มที่แล้ว สามารถใช้ใบของมันที่ร่วงหล่นจากต้นไปกลบที่โคนต้นเพื่อใช้เป็นปุ๋ยตามธรรมชาติก็ได้เช่นกัน

ฤดูออกดอกของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ พร้อมกับราคาตามท้องตลาด

            สำหรับใครที่อยากได้ชมพูพันธุ์ทิพย์ มาปลูกประดับที่บ้าน ชมพูพันธุ์ทิพย์ ราคา จะเริ่มต้นที่ประมาณ 20 – 7,000 บาท สำหรับต้นกล้า และต้นที่มีความสูงตั้งแต่ 60 – 400 เซนติเมตร แต่หากเป็นราคาไม้ล้อมที่มีต้นขนาดใหญ่ หรือโตเต็มที่ก็จะทำให้มีราคาสูงตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

          นอกจากนี้สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่สงสัยว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์กี่ปีออกดอก และจะออกดอกในช่วงฤดูใด เราได้หาคำตอบมาให้กับทุกคนแล้ว โดยต้นไม้ชนิดนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 4 – 5 ปี จึงจะเริ่มออกดอก แต่หากเป็นต้นที่ได้รับแสง น้ำ และแร่ธาตุอย่างเพียงพอก็อาจจะทำให้ออกดอกได้เร็วมากยิ่งขึ้น และสำหรับฤดูออกดอกของไม้ชนิดนี้คือช่วง กุมภาพันธ์ – เมษายน ดังนั้นเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากถ่ายภาพสวย ๆ กับไม้ชนิดนี้ในช่วง 3 เดือนนี้จึงเป็นระยะเวลาที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง

(บทสรุป)

            ชมพูพันธุ์ทิพย์นอกจากจะเป็นไม้ที่มีดอกที่สวยงามแล้ว ความพิเศษของไม้ชนิดนี้อีกอย่างหนึ่งคือหากปลูกไม้ชนิดนี้รวมกันหลาย ๆ ต้น และเมื่อถึงฤดูออกดอกจะทำให้ความสวยของสถานที่ และต้นชมพูพันธุ์ทิพย์สวยขึ้นไปอีกขั้น แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในการชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมนั่นเอง

Categories
ไม้ประดับ

พลูปีกนก ไม้ใบที่เหมาะกับการนำมาตกแต่งบ้านหลากหลายสไตล์

พลูปีกนก เป็นหนึ่งไม้ใบ ไม้ประดับที่อยู่ในสกุลเดียวกับพลูด่าง และพลูอีกหลาย ๆ ชนิด โดยไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศเวเนซุเอลา ทวีปอเมริกาใต้ เช่นเดียวกับมอนสเตอร่าหลาย ๆ ชนิด โดยชื่อทางวิทยาศาสตร์ของไม้ชนิดนี้คือ Monstera Karstenianum Peru (มอนสเตอร่า เปรู) ซึ่งนอกจากจะมีความสวยที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังเจริญเติบโตค่อนข้างเร็วอีกด้วย

พลูปีกนก เลี้ยงง่าย โตไว เหมาะกับทั้งปลูกทั้งในและนอกตัวบ้าน

พลูปีกนกหรือ พลูใบย่น นับว่าเป็นไม้ใบ ไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่หลายคนต่างบอกว่าเป็นไม้ที่โตเร็ว ดูแลง่าย และที่สำคัญสามารถปลูกได้ทั้งในและนอกตัวบ้าน โดยไม้ชนิดนี้เป็นไม้เลื้อย ที่มีอายุยืน สามารถขยายพันธุ์ได้ง่าย ดังนั้นสำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในการปลูก หรือเลี้ยงต้นไม้ชนิดนี้ หรือไม้ในกลุ่มพลูก็นับว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

พลูปีกนก วิธีดูแล

สำหรับใครที่สงสัยว่าพลูปีกนก เลี้ยงยังไง วันนี้เรามีวิธีดูแล หรือเลี้ยงไม้ชนิดนี้ง่าย ๆ มาแนะนำ เนื่องจากไม้ชนิดนี้สามารถปลูกได้ทั้งในและนอกตัวบ้าน ดังนั้นวิธีดูแลจึงจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยมีดังนี้

ดิน ดินที่เหมาะกับไม้ชนิดนี้แนะนำให้ใช้เป็นดินร่วน ซึ่งสามารถเป็นดินที่ผสมกับกาบมะพร้าว หรือใบก้ามปูหมักก็ได้เช่นกัน

น้ำ พืชชนิดนี้เป็นพืชที่ค่อนข้างที่จะชอบน้ำพอสมควร โดยเราแนะนำให้รดวันละ 1 ครั้งในช่วงเช้า โดยควรรดให้ชุ่ม แต่หากปลูกนอกตัวบ้านแนะนำให้รด 2 ครั้ง / วัน

แสงแดด ปริมาณแสงที่เหมาะสมคือแสงรำไร ไม่ควรร้อยจัดจนเกินไป เพราะจะทำให้ใบเฉาได้ แต่หากปลูกนอกบ้านแนะนำให้ปลูกในตำแหน่งที่มีร่มเงาจะดีที่สุด

ปุ๋ย สามารถให้ปุ๋ยได้ทุกชนิด โดยแนะนำให้เพียงเดือนละ 1 ครั้ง แต่หากเป็นปุ๋ยชนิดละลายช้า จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน หลังจากนั้นจึงค่อยให้ปุ๋ยอีกครั้ง

3 ร้านขายพลูปีกนกบน Instagram พร้อมกับราคาตามท้องตลาด

สำหรับพลูปีกนกหากเป็นสายพันธุ์ทั่วไปจะมีราคาจะไม่สูงมากนัก โดย พลูปีกนกราคา จะอยู่ที่ประมาณ 60 – 500 บาท ยกเว้นกรณีที่เป็น พลูปีกนกด่าง หรือ พลูปีกนกด่างเหลือง ซึ่งจะมีราคาที่สูงกว่าสายพันธุ์ธรรมดาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท

3 ร้านขายพลูปีกนกบน Instagram

  • Kiddee_garden

ฟาร์มที่เพาะและจำหน่ายไม้ประดับ ไม้ฟอกอากาศ และไม้ด่างหลากสายพันธุ์ที่มีให้เลือกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี ดินและปุ๋ยน้ำสูตรพรีเมี่ยม เรียกว่ามาร้านเดียวได้ครบทุกอย่าง

  • Thebeansplants

ร้านขายไม้ประดับขนาดจิ๋ว เหมาะกับการนำไปวางประดับไว้ในส่วนต่าง ๆ ของบ้านได้เลย นอกจากนี้ยังมีกระถางน่ารัก ๆ พร้อมพร็อพสำหรับนำไปตกแต่งไม้ประดับอีกมากมาย

  • Plant.nnn

ร้านขายไม้ประดับและไม้ด่าง ที่มีไม้ให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญยังมีราคาที่ย่อมเยามีเงินหลักร้อยก็สามารถเป็นเจ้าของพลูปีกนก และไม้ด่างสวย ๆ ได้

บทสรุป

สำหรับพลูปีกนกจัดว่าเป็นกลุ่มไม้เลื้อย ดังนั้นสำหรับใครที่อยากปลูกไว้นอกบ้าน และทำเป็นซุ้มประตูหรือประดับส่วนต่าง ๆ ที่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดร้อนจัด เราอยากแนะนำให้ปลูกพลูในร่มให้มีขนาดต้นที่โต และมีความแข็งแรงในระดับหนึ่งก่อน ก่อนที่จะนำไปปลูก หรือวางในตำแหน่งที่ต้องการ เพราะหากเป็นต้นที่มีอายุยังน้อย หรือโตยังไม่เต็มที่ก็อาจจะทำให้ต้นไม้ของเราตายได้

Categories
ไม้ประดับ

เดฟหัวใจ ไม้ประดับราคาถูก ที่หาซื้อได้ง่าย แถมสวยเป็นเอกลักษณ์

เดฟหัวใจ ต้นไม้ประดับราคาถูกที่เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงต้องเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะไม่ทราบว่าต้นไม้ชนิดนี้ชื่ออะไร โดยไม้ประดับชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dischidia ruscifolia Decne. ex Becc. ซึ่งเป็นประเภทไม้เลื้อย และนิยมนำมาจำหน่ายโดยนำไปใส่กระถางสำหรับห้อย หรือดัดเป็นรูปต่าง ๆ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นการเพิ่มมูลค่าอีกด้วย

เดฟหัวใจ ดูแลไม่ยาก ขยายพันธุ์เร็ว เหมาะกับการปลูกเพื่อสร้างรายได้

เดฟหัวใจหรือ หัวใจล้านดวง นับว่าเป็นไม้ประดับที่โตง่าย มีขั้นตอนในการดูแลที่ไม่ซับซ้อนมากนัก และที่สำคัญยังสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเหมาะกับทั้งการนำไปประดับบ้าน หรือนำไปขยายพันธุ์เพื่อสร้างรายได้เป็นอย่างยิ่ง

เดฟหัวใจ วิธีดูแล

  • ดิน ดินที่ใช้ในการปลูก แนะนำให้ใช้เป็นดินร่วนผสมกาบมะพร้าว เนื่องจากจะทำให้สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับต้นไม้ได้เป็นอย่างดี
  • น้ำ การรดน้ำเราแนะนำให้รดน้ำประมาณวันละ 2 ครั้ง (แบ่งเป็นช่วงเช้า – เย็น) เนื่องจากไม้ชนิดนี้จะนิยมนำไปห้อยประดับไว้นอกตัวบ้าน จึงจำเป็นต้องให้ความชุ่มชื่นกับต้นไม้พอสมควร
  • แสงแดด สำหรับใครที่สงสัยว่า เดฟชอบแดดไหม คำตอบคือ เดฟหัวใจชอบแดดรำไร ไม่ร้อนจัดจนเกินไป ดังนั้นจึงควรห้อยกระถางของต้นไม้ในตำแหน่งที่มีแดดส่องถึง แต่ไม่แรงจนเกินไป
  • ปุ๋ย การให้ปุ๋ยไม่จำเป็นต้องให้ถี่เกินไป โดยแนะนำให้ 1 – 2 เดือน /ครั้ง และสามารถใช้เป็นปุ๋ยชนิดใดก็ได้

วิธีขยายพันธุ์

วิธีขยายพันธุ์ของไม้ประดับชนิดนี้สามารถทำได้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง โดยเริ่มจากการเลือกกิ่งที่ต้องการนำไปขยายพันธุ์ที่มีความยาวประมาณ 5 – 6 นิ้ว มาวางเตรียมไว้ จากนั้นเตรียมดินที่ต้องการปลูกใส่ลงในกระถาง ซึ่งใช้เป็นกระถางขนาดใดก็ได้ (เลือกให้เหมาะสมกับจำนวนของต้นพันธุ์) จากนั้นก็สามารถนำกิ่งที่จะขยายพันธุ์ไปปักลงดินที่เตรียมไว้ จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม รอเวลา 7 – 8 วันรากของกิ่งก็จะเริ่มงอกออกมา ประมาณ 1 เดือนก็สามารถนำไปปลูกต่อได้เลย

ราคา และร้านจำหน่ายเดฟหัวใจที่อยากแนะนำ

เดฟหัวใจเป็นต้นไม้ประดับที่มีราคาถูก และหาซื้อได้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง โดย เดฟหัวใจล้านดวง จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 20 – 300 บาท ซึ่งนับว่าเป็นต้นไม้ประดับที่ทั้งสวย และมีราคาที่ไม่สูงอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว สำหรับใครที่อยากหาซื้อ ต้นเดฟหัวใจ มาประดับบ้าน หรือ นำมาปลูกขยายพันธุ์ ก็หาซื้อได้ไม่ยากนัก ซึ่งหาซื้อได้ง่าย ๆ จากทั้งร้านค้าออนไลน์ และร้านจำหน่าย หรือตลาดต้นไม้หลาย ๆ แห่ง ดังนั้นหากใครที่อยากได้ไม้ประดับที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพก็สามารถลองนำมาปลูกประดับบ้านซักต้นได้เลย

บทสรุป

ก่อนที่จะจากกันไปในวันนี้เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่อยากขยายพันธุ์เดฟหัวใจด้วยตัวเอง ในส่วนของการเลือกดิน หรือวัสดุสำหรับขยายพันธุ์ โดยคุณสามารถใช้ได้ทั้งแบบที่เป็นดินผสมกาบมะพร้าว หรือแบบที่เป็นกาบมะพร้าวล้วนก็ได้เช่นกัน และ 1 กระถางสามารถเพาะชำต้นกล้าได้มากกว่า 1 ต้นอีกด้วย

Categories
ไม้ประดับ

ต้นไอวี่ ไม้เลื้อยยอดนิยม ราคาสบายกระเป๋า

ต้นไอวี่ (Ivy) เป็นไม้เนื้ออ่อน ที่มีหลากหลายสายพันธุ์แตกต่างกันไปตามถิ่นกำเนิด ซึ่งเป็นไม้ที่อยู่ในวงศ์ Araliaceae มีลักษณะของลำต้นที่ทอดเลื้อยยาว ประมาณ 2-4 เมตร ใบไม่ค่อยใหญ่ ลักษณะของใบมีความเว้าเป็นแฉก มีสีเขียวใบด่างออกขาวครีม

เป็นไม้เลื้อยที่สามารถเติบโตได้ดีตามแนวกำแพงบ้าน เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดเพียงรำไร จึงไม่แปลกที่บางบ้านมักจะนำไปปลูกไว้ในที่ร่ม และนับว่าเป็นอีกหนึ่งไม้เลื้อยยอดนิยมที่มักนำไปใช้ประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มความเขียวชอุ่ม สดชื่น สบายตา ให้กับบ้าน

ต้นไอวี่ กับสารพัดประโยชน์ที่มากกว่าที่คุณคิด

รู้หรือไม่ต้นไอวี่ประโยชน์ นั้นนานัปการ นอกจากจะช่วยในเรื่องของระบบหายใจ จึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ เนื่องจากมีการศึกษาว่า ต้นไอวี่มีคุณสมบัติในการช่วยลดเชื้อราในอากาศกว่า 94 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะที่จำนำไปวางประดับไว้ในห้องนอน หรือมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ ปลอดโปร่ง และปราศจากเชื้อราในอากาศ อันเป็นต้นเหตุสำคัญที่จะทำลายสุขภาพ นอกจากนั้นต้นไอวี่ นี้ยังนับว่าเป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดให้กับคนภายในบ้านได้อย่างดี เพราะยังช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น สมองไบร์ทมากขึ้น แถมยังกระตุ้นให้ร่างกายมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

วิธีดูแลต้นไอวี่

ต้นไอวี่วิธีดูแล และการปลูกนั้นไม่ยากเลย เพียงใช้ดินร่วมปนทรายในการปลูก เนื่องจากระบายน้ำได้ดี แถมต้นไอวี่ยังชอบแสงแดดเพียงแค่เล็กน้อย เพียงหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะต้นไอวี่นั้นมันชอบความชุ่มชื้น แต่ก็ไม่ควรรดหนักจนมากเกินไป เพียงใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้เป็นละอองฝอย ๆ ชุ่ม ๆ วันละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอ สำหรับ การขยายพันธุ์ไอวี่ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการปักชำกิ่ง นั่นเอง

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าหลายครอบครัว มักจะนำต้นไอวี่ไปปลูกในบ้าน เพื่อทำให้บ้านที่ดูห่อเหี่ยว เหงา มีพื้นที่สีเขียว สบายตา ร่มรื่น แถมยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีมากขึ้น นอกจากนั้นต้นไอวี่ ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นเพียงแค่ 50 บาท เท่านั้น จึงไม่แปลกที่พืชชนิดนี้จะเป็นพืชยอดนิยมที่ถูกนำไปปลูกเป็นจำนวนมาก

กล่าวมาถึงขั้นนี้แล้ว หากวันหยุดนี้ คุณไม่มีอะไรทำ และอยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านให้เยอะมากขึ้น คงจะดีไม่น้อย หากคุณเริ่มใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเริ่มจากการกำเงินเพียงหลักร้อย ไปหาซื้อต้นไอวี่ มาปลูกในบ้าน เพื่อเพิ่มความรื่นรมย์และเพิ่มโอโซนอันแสนสะอาดบริสุทธิ์ให้แก่ปอดของผู้อยู่อาศัยในบ้านได้เป็นอย่างดี

Categories
ไม้ประดับ

เงินไหลมาด่าง 3 สี ไม้ใบยอดฮิต ดูแลง่าย ราคาดี

เงินไหลมาด่าง 3 สี เป็นไม้ประดับที่ถือได้ว่าปลูกง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว ไม่เน้นการดูแลที่มากนัก ทำให้พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นพันธุ์ไม้ยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะสายคนรักต้นไม้อยู่แล้วหรือมือใหม่หัดเลี้ยงก็อาจหลงเสน่ห์น้องได้ไม่ยาก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกันพันธุ์ไม้ชนิดนี้มากขึ้น ทั้งความเป็นมาและ วิธีการดูแล รับรองเลยว่าถ้าได้รู้จักจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน

เงินไหลมาด่าง 3 สี ที่มา พร้อมวิธีการดูแล

เงินไหลมาด่าง 3 สี หรือ Syngonium เป็นพันธุ์ไม้ที่อยู่ในวง บอน ถือเป็นไม้เลื้อยที่มีถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณอเมริกาใต้ และค่อยๆขยายพันธุ์ไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเอง ซึ่งตามความหมายแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้มีความเชื่อว่า จะนำพาทรัพย์สินและ โชคลาภ มาให้แก่ผู้ปลูก ด้วยลักษณะเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ทอดยาวลำต้นอวบ สีเขียวเข้ม แตกกิ่งก้านไปเรื่อยๆ ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ มีลวดลายที่สวยงาม ทำให้พันธุ์ไม้ชนิดนี้นิยมนำมาปลูกในน้ำวางไว้ตามจุดต่างๆของบ้านเรือน และนอกจากที่ต้นไม้ชนิดนี้จะเป็นไม้มงคลแล้ว เขายังมีคุณสมบัติในการช่วยลดมลพิษในอากาศได้ดีอีกด้วย

สำหรับใครที่อยากจะลองหาต้นเงินไหลมา มาเลี้ยงสักต้นนึง แต่ไม่รู้จะไปหามาจากไหน บอกได้เลยว่าหาได้ไม่ยากเลย เพราะต้นไม่ต้นนี้สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามตลาดต้นไม้ทั่วไปก็สามารถหาซื้อได้ ซึ่งก็จะได้ราคาของไม้สายพันธุ์นี้ก็จะขึ้นอยู่กับความสวยของใบและสีของใบ

เคล็ดลับวิธีการดูแลที่ง่ายแสนง่าย

เงินไหลมา ถือเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายมาก สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนโปร่งที่ระบายน้ำได้ดี การผสมวัสดุปลูกจึงนิยมผสมใบก้ามปูหรือกาบมะพร้าวเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในดิน ตำแหน่งการปลูก ต้นไม้ชนิดนี้ชอบแสงแดดร่ำไร จึงเหมาะวางในจุดที่มีเพียงแสงแดดส่องถึงก็เพียงพอ อย่างเช่นริมระเบียงเป็นต้น แต่ถ้าเลี้ยงไปสักระยะนึงจนต้นมีขนาดใหญ่แข็งแรงแล้ว ก็สามารถที่จะวางกลางแดดจัดได้ เพราะใบจะหนาขึ้นสามารถทนต่อแดดจ้าได้ดี

นอกจากจะปลูกลงดินแล้วหลายๆคนก็นิยมนำมาปลูกใส่แจกันปลูกในน้ำวางไว้ตามจุดต่างๆก็ดูเป็นการแต่งบ้านที่ มินิมอลไปอีกแบบ ในส่วนของการขยายพันธุ์นิยมใช้การปักชำโดยเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้มีลำต้นที่แข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม เงินไหลมาสามกษัตริย์ ถือเป็นอีกหนึ่งต้นไม้มาแรง ในตลาดต้นไม้อีกชนิดหนึ่ง ด้วยลักษณะที่สวยงาม เลี้ยงดูง่าย และมีความหมายมงคล จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่นิยมอย่างมาก สำหรับใครที่สนใจก็ลองหามาปลูกกันได้ รับรองเลยว่า ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ราคาของต้น เงินไหลมาด่าง 3 สี

ต้นเล็ก  เริ่มต้นที่ประมาณ 300-500 บาท

ถ้าโตขึ้นมาเป็นต้นใหญ่แล้ว ราคาเริ่มต้นที่  1000-20000 บาทเลยทีเดียวค่ะ

Categories
ไม้ประดับ

เขียวหมื่นปี ต้นไม้มหามงคล ที่คนนิยมปลูก

เขียวหมื่นปี (Chinese Evergreen) ยังคงเป็นต้นไม้ยอดนิยมของคนในยุคนี้ เพราะด้วยลวดลายที่สวยสดงดงาม แต่ละใบมักจะไม่มีความคล้ายคลึงกัน มีความแปลกแต่สวยงาม ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ นอกจากนั้นเขียวหมื่นปี ความหมายของชื่อก็มีความเป็นมงคลไม่น้อย จึงไม่แปลกที่ต้นไม้พันธุ์นี้จะต้องถูกนำมาปลูกประจำบ้านของคนมากมาย หรือแม้แต่นำไปปลูกเป็นไม้ประดับในห้อง ก็ช่วยเพิ่มความสงบร่มรื่น สดชื่นได้ดีเลยทีเดียว

เขียวหมื่นปี แม้จะดูแลน้อย แต่กลับเติบโตเจริญงอกงามได้ดี

เขียวหมื่นปี เป็นต้นไม้ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอโกลมีนา ถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกา และจีนตอนใต้เป็นหลัก มักชอบขึ้นตามพื้นที่สภาพอากาศร้อนชื้น เขียวหมื่นปี ลักษณะโดยรวม คือ เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก จำพวก ว่าน และนับเป็นพืชเลี้ยงเดี่ยว มีระบบรากเป็นรากฝอย ลำต้นตั้งตรง แต่ค่อนข้างอ่อน รูปร่างเรียวยาว ใบมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม และมีด่างเล็กน้อยออกขาว หรือ เหลือง

เขียวหมื่นปี แม้จะโดยรวมจะดูเหมือนเป็นพืชที่ค่อนข้างบอบบาง แต่อันที่จริงแล้วกลับปลูกและเลี้ยงง่ายมาก แทบจะไม่ต้องดูแลเอาใจใส่อะไรมากนัก แถมยังทนทาน เพราะชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง ความชื้นน้อย และเติบโตได้ดีมากในสถานที่ที่มีแสงสว่างเล็กน้อย

เมื่ออายุมากขึ้นถึง 18-20 เดือน ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับต้นเขียวหมื่นปีออกดอก ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับดอกไม้ที่อยู่ในวงศ์บอนทั่วไป ดอกจะมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวบริเวณง่ามใบ และมีกาบหุ้มดอกรูปไข่ รวมทั้งมีเกสรตัวผู้อยู่ด้านบน และเกสรตัวเมียอยู่ด้านล่าง และลักษณะเด่นอีกอย่าง คือ แม้ว่าลำต้นจะไม่สูงมากนัก แต่ใบของเขียวหมื่นปีกลับมีลวดลายที่สวยสะดุดตาเป็นอย่างมาก อีกทั้งพืชชนิดนี้ยังมีความสามารถในการคายความชื้นสูงและเหมาะสมในการดูดสารพิษพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ต้นเขียวหมื่นปีจะเป็นไม้ประดับยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษได้ดี

วิธีปลูกและวิธีดูแลต้นเขียวหมื่นปี

ต้นเขียวหมื่นปี ควรปลูกในที่ที่ต้องการน้ำและความชื้นที่พอเหมาะ เพียงใช้ปุ๋ยหมัก และรดน้ำเดือนละครั้ง และจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการแสงแดดมากมาย เพียงแค่ 30% – 40% ก็เพียงพอแล้ว เพราะพืชชนิดนี้ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี

ต้นเขียวหมื่นปี นับว่าเป็นต้นไม้ที่หาได้ไม่ยากในร้านขายไม้ประดับไม้มงคลทั่วไป แถมยังขยายพันธุ์ได้ง่าย จึงทำให้ เขียวหมื่นปี ราคาเริ่มต้นไม่แรงอยู่ที่ประมาณหลักสิบต้นๆ จึงถึงระดับราคาหลายพัน สำหรับต้นที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีอายุอยู่ราวๆ 3-5 ปี จึงนับว่าต้นเขียวหมื่นปี เป็นไม้ประดับที่เหมาะสมสำหรับทุกบ้าน เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล และบรรยากาศดีๆ ให้กับคนที่อยู่อาศัย

Categories
ไม้ประดับ

แก้วกาญจนา ไม้ประดับยอดนิยมประจำบ้าน ปลูกไว้มีแต่เจริญรุ่งเรือง

แก้วกาญจนา เป็นไม้มงคลที่ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งหมายถึง “งดงามสว่างไสวและสุกสว่างดุจดั่งทอง” เพราะด้วยลักษณะของใบที่มีสีสันสดใสสว่างงดงาม จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันจะนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นไม้เศรษฐกิจเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ แถมยังสร้างชื่อเสียงได้ไกลไปทั่วโลก

แก้วกาญจนาไม้มงคลที่อยู่ในตระกูลอโกลมีนา มีลักษณะของใบที่มีลวดลาย สีสันสวยงาม โดดเด่น แถมยังดูแลง่าย ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ เพียงวางตั้งไว้ในห้องในบริเวณที่มีแสงน้อยได้ดี จึงไม่แปลกที่ผู้คนนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับประจำบ้าน เพราะนอกจากจะมีความสวยงาม ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยเพิ่มโชคลาภและเสริมสิริมงคลในแบบเฉพาะ สำหรับผู้ที่เพาะเลี้ยง บางคนชอบปลูกแก้วกาญจนาตามทิศต่าง ๆ เพื่อเสริมสิริมงคลด้านความรัก บางคนก็ปลูกเพื่อเสริมด้านเมตตามหานิยมโดยมักจะปลูกเรียงรายเป็นแถวสวยงามบริเวณทางเข้าบ้าน 

วิธีการดูแล

แก้วกาญนาดูแลรักษาได้ง่าย ๆ เพราะต้องการแสงแดดรำไร เพียงปลูกในดินร่วมซุย และรดน้ำเบา ๆ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แก้วกาญจนา กับความเชื่อ

อาจกล่าวได้ว่าแก้วกาญจนาความเชื่อ นั้นเป็นของคู่กัน ปัจจุบันมักเชื่อกันว่า แก้วกาญจนา เป็นไม้มงคลที่ควรแก่การปลูกไว้ติดบ้าน เพราะจะนำพามาซึ่งโชคลาภและอำนาจวาสนา ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านก็จะมีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานในบ้าน รวมทั้งคนที่ค้าขาย เมื่อปลูกต้นแก้วกาญจนา ไว้ ก็จะช่วยส่งเสริมการค้าให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า หรือแม้แต่บางบ้านก็ปลูกเพราะเชื่อในด้านการเสริมเสน่ห์ ความรัก ความเมตตา ซึ่งการปลูกพืชชนิดนี้โดยเน้นเสริมในด้านความรักจะต้องอิงกับวันเกิดของผู้ที่ปลูกด้วย อย่างเช่น การปลูกแก้วกาญจนาในทิศตะวันตกจะเหมาะสมกับคนเกิดวันจันทร์ ในขณะที่คนเกิดวันพุธจะต้องปลูกทางทิศใต้ เป็นต้น

แก้วกาญจนากับ 3 สายพันธุ์ยอดนิยม

บางท่านอาจมีคำถามว่า ไม้มงคลยอดนิยมอย่างแก้วกาญจนามีกี่ชนิด กัน? แท้จริงแล้ว แก้วกาญจนามีสายพันธุ์มากมายขึ้นอยู่กับถิ่นกำเนิด แต่หากจะกล่าวถึงสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย อาจสามารถจำแนกเป็น ­3 สายพันธุ์ใหญ่ ๆ ดังนี้

1.แก้วกาญจนาอัญมณี

นับว่าเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยสีสันโดดเด่น และมีให้เลือกหลากหลายสี มีปลายใบเรียวยาวสีเขียว ตรงกลางจะเป็นลายด่างหลากสีตามชื่อเรียก เช่น หากเรียกว่า แก้วกาญจนาอัญมณีแดง ก็จะมีลายด่างสีชมพูเข้มๆไปจนถึงแดงสด แก้วกาญจนาอัญมณีขาว ก็จะมีลายด่างสีขาวนวล เป็นต้น

2.แก้วกาญจนาบังลังก์ทับทิม

ความโดดเด่นสำหรับแก้วกาญจนาสายพันธุ์นี้อยู่ที่แกนกลางที่เป็นใบสีชมพูสด ลากยาวตั้งแต่โคนไปจนถึงปลายใย ตัดกับพื้นใบสีเขียวได้อย่างลงตัว

3.แก้วกาญจนาสีชมพู

ต้นแก้วกาญจนาชมพู ปลายใบจะเป็นจงอยแกลม แต่โดยรวมมีรูปร่างกว้างสั้น และใบจะมีสีชมพูเกือบทั้งหมดตามชื่อเรียก

อาจกล่าวได้ว่า แก้วกาญจนาเป็นไม้ประดับที่มีความโดดเด่น และเป็นที่นิยมอันดับหนึ่งในไทย และยังเป็นที่ต้องการสูงในต่างประเทศอีกด้วย จึงทำให้แก้วกาญจนา ราคามีความหลากหลาย และราคาแรงในบางพื้นที่ ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ ต้นละ 350 บาท นับว่าเป็นไม้ประดับที่น่าจับตามองสายพันธุ์หนึ่งของไทย

Categories
หน้าแรก

พลูฉลุ ไม้ฟอกอากาศยอดนิยมที่ใครก็ควรมีติดบ้านไว้

พลูฉลุ
https://www.blockdit.com/posts/5f6cb095a8a98b0b52ad62fe

พลูฉลุ ต้นไม้ฟอกอากาศที่ในได้รับปัจจุบันนิยมปลูกกันเยอะมากไม่ว่าจะเป็นการปลูกในบ้านหรือปลูกในที่ทำงานก็มีมากมาย เหตุผลที่ได้รับความนิยมก็เพราะว่าเจ้าพลูฉลุนั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวอยู่ตรงใบที่จะมีรูฉลุเล็กใหญ่สลับกันทำให้รู้สึกแตกต่างจากต้นไม้ฟอกอากาศอื่นๆ นอกจากนี้แล้วก็ยังเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ใครๆก็สามารถเลี้ยงได้ จึงทำให้ต้นนี้มีความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แถมยังช่วยฟอกอากาศดูดสารพิษทำให้อากาศภายในห้องที่เราเอาต้นนี้ไปวางไว้นั้นสะอาดขึ้นอีกด้วย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณก็คงอยากจะลองเลี้ยงพลูฉลุดูบ้างแล้วงั้นลองมาอ่านต่อกันว่าเจ้าพลูฉลุดูแลยังไงถึงจะใบดกเงางามและช่วยฟอกอากาศได้ดี ไปดูกันเลย

พลูฉลุ กับการดูแลที่แสนง่ายดาย

พลูฉลุ
https://home.kapook.com/view234386.html

พลูฉลุ หนึ่งในสายพันธุ์ของพลูที่เป็น ไม้เลื้อย เนื้ออ่อน มีรากที่จะเลื้อยไปตามหน้าดิน ลักษณะใบจะเป็นทรงรี ปลายใบค่อนข้างแหลมและโคนมน ภายในใบจะมีรูฉลุอย่างสวยงาม หลายคนคงสงสัยว่าทำไมสายพันธุ์นี้ถึงมีรูฉลุที่ใบ นั่นก็เพราะว่าช่วยลดแรงลมที่มากระทบที่ใบของมันเมื่อมันเลื้อยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ แถมแสงก็ยังส่องลอดผ่านรูของใบไปถึงโคนต้นไม้ใหญ่อีกด้วย

มาดูในส่วนของ วิธีดูแล ต้นไม้ฟอกอากาศชนิดนี้กันบ้าง ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่พึ่งเข้าวงการต้นไม้ดูแลไม่เป็นหรือเป็นคนไม่มีเวลาก็สามารถเลี้ยงต้นไม้ต้นนี้ให้สวยได้ โดยเริ่มจาก การรดน้ำ ก็ควรจะรดให้ชุ่มฉ่ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปลายยอดมาจนถึงกระถางราก รดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าวันไหนอากาศชื้นมากก็ไม่ต้องรดเยอะ และต้นไม้ชินนี้ชอบแสงแดดรำไรหรือแดดส่องถึง โดยต้องเป็นแดดในช่วงเช้าเพราะจะทำให้ต้นไม้โตเร็ว และมีใบสวยงามแข็งแรง นอกจากนี้ก็ควรที่จะให้ปุ๋ยทุกๆ 3 เดือนเพื่อให้ต้นไม้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

พลูฉลุ
https://rainbow.co.th

สำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงไม้ฟอกอากาศตัวนี้ไว้เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์ก็สามารถหาซื้อได้ตามตลาดต้นไม้ทั่วไป เช่น ตลาดต้นไม้สวนจตุจักร ซึ่งราคาของเจ้าตัวนี้ก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความสวยงามของลวดลายและความแข็งแรง โดยจะมีตั้งแต่หลักสิบที่เป็นต้นธรรมดาไปจนถึงหลักร้อยที่เป็น พลูฉลุยักษ์ ก็มี ชอบแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อได้เลย

เลี้ยงเพื่ออากาศบริสุทธิ์และเสริมดวง

นอกจากที่เราเลี้ยง ต้นไม้ในร่ม เพื่อความสวยงามและเพิ่มอากาศสดชื่นภายในบ้านแล้ว คนทำงานอย่างเราๆ ก็ยังมีการเอามาไว้บนโต๊ะทำงานเพื่อเสริมดวงให้ปังปุริเย่อีกด้วย เพราะว่าหลายคนที่เลี้ยงพลูฉลุนั้นมี ความเชื่อ ที่ว่าถ้าหากได้เลี้ยงแล้วจะเสริมดวงทำให้มีคนรักและคนหลง อยู่แบบร่มเย็นไม่มีความทุกข์ ทำอะไรก็ราบรื่น ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้นอกจากเป็นที่นิยมในหมู่คนเลี้ยงต้นไม้แล้วก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่คนสายมูอีกด้วย

โดยราคาของต้น พลูฉลุ เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 35-2000 บาทแล้วแต่ขนาดค่ะ